หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สระว่ายน้ำสุดมหัศจรรย์กลางแอ่งริมทะเล To Sua Ocean Trench บนเกาะอูโปลูในประเทศซามัว

เข้าฤดูท่องเที่ยวแบบนี้ ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจให้นักเดินทางมานักต่อนัก หนึ่งในนั้นคือสระว่ายน้ำสุดมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างไว้ โท ซัว โอเซียน เทรนซ์ (To Sua Ocean Trench) เป็นท้องน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่บนเกาะอูโปลูในประเทศซามัวร์
To Sua Ocean Trench
To Sua Ocean Trench
 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดของแปซิฟิกใต้ ไม่ไกลนักจากนิวซีแลนด์ หลังจากปีนลงไปเพื่อเล่นน้ำใสราวกระจกที่ต่ำจากพื้นดิน 30 เมตรแล้ว ยังสามารถดำดิ่งสำรวจถ้ำใต้น้ำที่ทะลุไปฝั่งทะเลใหญ่ได้ด้วย อย่างไรก็อย่าลืมอะเมซซิ่งไทยแลนด์แดนสยาม แม้สภาพการบ้านเมืองจะผุพังไปบ้างแต่แหล่งหย่อนใจของเรายังเร้าใจอยู่มาก
To Sua Ocean Trench
To Sua Ocean Trench

To Sua Ocean Trench
To Sua Ocean Trench

To Sua Ocean Trench
To Sua Ocean Trench

มหัศจรรย์น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale) ประเทศตุรกี

น้ำพุร้อน ปามุคคาเล (pamukkale) แดนมหัศจรรย์ขาวพร่างอยู่บนเนินเขาในตุรกี แหล่งน้ำล้ำค่าใต้ซากเมืองเก่าของชาวกรีกและโรมัน
pamukkale hot springs turkey-11
แผ่นที่ น้ำพุร้อนปามุคคาเล pamukkale
         เมื่อครั้งที่ริชาร์ด แซนด์เลอร์ นักวิชาการด้านกรี-โรมันชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียง รอนแรมผ่านเอเชียไมเนอร์ในปี ค.ศ.1765  ปามุกกาเลแรกเห็นเป็นเนินสีขาวกว้างใหญ่อยู่ไกลๆ ครั้งใกล้เข้าไปเขาถึงกับ “ตะลึง” ในสิ่งซึ่งดูเหมือน “น้ำตกเล็กๆ มากมายที่กลายเป็นน้ำแข็ง ระลอกคลื่นบนพื้นผิวนั้นดูราวกับน้ำที่แข็งตัวในทันใด หรือสายน้ำที่พวยพุ่งกลับกลายเป็นหินในฉับพลันทันที”
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
         นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ไปเยือนภาคตะวันตกของตุรกีต่างอัศจรรย์ใจกับปามุกกาเลเช่นกัน เมื่อเห็นลานหินสีขาวขอบกลมมนเหมือนเปลือกหอยซับซ้อนลดหลั่น ห้วงน้ำกว้างสะท้อนแผ่นผาที่ดูเป็นปุยนุ่ม กับบรรดาม่วนหินย้อยที่เหมือนน้ำตกน้ำแข็งรายรอบทั่วบริเวณซอกหินดุจเสาบอบบางแทรกแซมด้วยต้นยี่โถสีแดงสดตรงนั้นตรงนี้ เทือกเขาคลุมด้วยต้นสน มืดทะมึนตระหง่านอยู่ข้างหลัง เป็นฉากที่ขับเน้นให้ประติมากรรมสีขาวยิ่งเปล่งประกายพราวพร่างใต้แสงแดดกระจ่าง
         ชื่อปามุกกาเล แปลว่า “ปราสาทฝ้าย” แม้ในตำนานท้องถิ่นจะเล่าว่าพวกยักษ์ในสมัยโบราณใช้แนวเนินเหล่านี้ตากปุยฝ้ายที่เก็บมา ก็มีผู้แย้งว่าชื่อนี้น่าจะมาจากรูปลักษณ์ที่ดูเป็นปุยนุ่มของแผ่นผาและเนินหินที่นี่มากกว่า
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
         แผ่นผา เนินลาดและม่านหินย้อยที่ปามุกกาเลคลุมเนื้อที่ยาวเกือบ 2.5 กม. และกว้าง 500 ม. เกิดจากน้ำพุร้อนของภูเขาไฟที่พุพุ่งขึ้นมาสู่ที่ราบสูงเบื้องบน น้ำที่พุขึ้นมานั้นเต็มไปด้วยหินปูนและแร่ธาตุ ซึ่งถูกน้ำฝนกัดเซาะจากหิน พาซึมผ่านพื้นดินลงไปยังแหล่งน้ำพุ
         ทุกสิ่งทุกอย่างที่จมลงไปในน้ำพุจะถูกหินปูนในน้ำจับเป็นคราบ แล้วกลายเป็นหินภายในเวลาไม่กี่วัน ครั้นเมื่อนำพุไหลพ้นขอบที่ราบสูงก็จะทิ้งคราบหินปูนสะสมไว้ตามไหล่เขา หลายพันปีล่วงไปหินปูนจึงพอกพูนชั้นแล้วชั้นเล่าจนกลายเป็นแผ่นผา เนินลาด และม่านหินขาววาวแวว
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
         นับพันปีมาแล้ว น้ำพุร้อนที่อุดมด้วยแร่ธาตุแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องการบำบัดโรคต่างๆ เช่น โรคไขข้อ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ กิตติศัพท์ของน้ำพุปรากฏค่อนข้างแน่นอนในปี 190 ก่อนคริตส์กาล เชื่อกันว่าในช่วงนั้น ยูมีนีสที่ 2 กษัตริย์กรีกแห่งเมืองเปอร์กามัน ซึ่งตั่งอยู่ใต้ชายฝั่งตะวันตกของตุรกีได้ทรงสร้างเมืองไว้เหนือที่ราบสูงที่น้ำพุพุ่งขึ้นมา ทรงขนานนามนครแห่งนี้ว่า เฮียราโพลิส ตามชื่อเฮียราภรรยาของเทเลฟุส ผู้สร้างเมืองเปอร์กามัมตามตำนาน
pamukkale hot springs turkey
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
         จนมาถึง 129 ปีก่อนคริสตกาล เมืองเฮียราโพลิสกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน และเป็นสถานอาบน้ำแร่ที่นอยมกันมากในยุดจักรวรรดิ จักรพรรดิต่างๆ รวมทั้งเนโรและฮาเดรียน ได้เสด็จมาสรงและเสวยน้ำแร่ที่นี่ ในรัชสมัยของเนโรเมื่อปี ค.ศ.60 เกิดแผ่นดินไหวทำลายเมืองเก่าพังพอนาศ เมืองใหม่ซึ่งสร้างขึ้นแทนที่นั้นใหญ่โตและงดงามกว่าเดิม มีถนนกว้างขวาง โรงละคร โรงอาบน้ำสาธารณะ แม้แต่บ้านเรือนยังใช้น้ำอุ่นที่ส่งมาตามราง
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
ตะกอนแร่ธาตุสีขาวที่น่าตื่นตาของ ปามุคคาเล มีทั้งแบบที่ทับถมก่อตัวเป็นกำแพงสูงชัน และเป็นเนินลาดเตี้ยๆ
         โรงอาบน้ำในศตวรรษที่ 2 มีห้องต่างๆ ซึ่งอุณหภูมิของน้ำแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ใช้สลับกัน ผู้อาบน้ำจะเริ่มอาบจากห้องน้ำเย็นต่อด้วยห้องน้ำอุ่นที่ซึ่งเขาจะใช้น้ำมันทาตัว แล้วจึงย้ายไปยังห้องน้ำร้อนที่กรุ่นเป็นไอ เขาจะใช้เครื่องมือที่มีใบมีดโค้งขัดถูกน้ำมันและคราบไคลออกจากผิวกาย ปัจจุบันส่วนหนึ่งของโรงอาบน้ำเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รวบรวมรูปแกะสลักกันงดงาม ตลอดจนของล้ำค่าอื่นๆ รวมทั้งเครื่องมือแพทย์และอัญมณี
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
น้ำพุร้อนปามุคคาเล (pamukkale)
         โบราณสถานที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้คือวิหารพลูโต เทพเจ้าแห่งโลกบาดาล ซึ่งตั้งอยู่ติดกับวิหารอพอลโล ผู้เป็นสุริยเทพและเทพแห่งดนตรี บทกวี และการแพทย์ วิหารทั้งสองสร้างชิดเคียงกันเพื่อให้พลังแห่งแสงสว่างและอำนาจมืดของเทพทั้งสององค์หักล้างกันเอง
         อำนาจมือของเทพพลูโตนั้นคงจะต้องน่าสะพรึงกลัวจริงๆ เพราะสิ่งที่ฟุ้งกระจายออกจากถ้าแห่งหนึ่งในบริเวณนั้นคือควันพิษ ซึ่งสตราโบนักภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ชาวกรีก กล่าวว่าสามารถคร่ำชีวิตวัวได้ในทันที ควันนั้นเกี่ยวข้องกับวิญญาณชั่วร้าย กล่าวกันว่ามีเพียงพวกพระขันทีเฝ้าประจำหน้าถ้ำเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในถ้ำได้โดยปราศจากภยันตราย ปัจจุบันทราบกันแล้วว่าควันดังกล่าวมาจากน้ำพุร้อนและถ้ำนั้นยังปล่อยไอระเหยซึ่งทำให้เคืองตาจนน้ำตาไหลด้วย

นิวาสถานในภพหน้า

         นอกกำแพงเมืองเก่ามีสุสานใหญ่ มีหลุมฝังศพ 1,200 หลุม หลุมศพมากมายตกแต่งอย่างประณีตและมีขนาดมหึมา สุสานแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานถึงสมัยที่ชาวโรมันผู้มั่งคั่งจำนวนมาก มุ่งมายังเมืองนี้ด้วยความหวังจะรักษาอาการป่วยไข้แต่ก็ไม่หาย
pamukkale hot springs turkey
ดอกไม้ท้องถิ่น ดอกยี่โถสีแดงสดใส แต่งแต้มสีสันให้แก่อาณาบริเวณที่เต็มไปด้วยโขดเนินสีขาวและซากหักพักของเมืองโรมันโบราณ
         ทุกวันนี้บรรดานักท่องเที่ยวเป็นเสมือนผู้สืบทอดการมาเยือนปามุคคาเล (pamukkale) ต่อจากคหบดีชาวโรมัน พวกเขาพากันมาพักผ่อนในวันว่าง มาลงอาบน้ำในสระน้ำอุ่น ซึ่งสระแห่งหนึ่งยังมีซากเสาโรมันจมอยู่ พวกเขามาตื่นตาตื่นในกับเนินลาดสีขาววาวระนับ ทอดตัวอยู่บนไหล่เขาเบื้องล่างของซากเมืองที่ปรับหักพัง

คาบสมุทรคัมชัตกา Kamchatka แห่งไซบีเรีย ที่ซึ่งมีแต่ภูเขาไฟและน้ำพุร้อน

   ควัน ไฟ และไอน้ำ ปกคลุมทั่วคาบสมุทรหนาวเย็นไกลโพ้น ณ สุดแดนตะวันออกของไซบีเรีย ที่ซึ่งมีแต่ภูเขาไฟและน้ำพุร้อน
Kamchatka Peninsula
Kamchatka คาบสมุทรคัมชัตกา
          ภูเขาคลีอุเชฟสกายา ยอดสูงสุดในคาบสมุทรคัมชัตกา เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นขนาดใหญ่และมีรูปทรงกรวยสมบูรณ์ที่สุดลูกหนึ่งในโลก ควันพวยพุ่งไม่ขาดสายจากยอดสูง 4,750 ม. เกือบเท่ายอดมงบลอง และระเบิดมาแล้วกว่า 50 ครั้งในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา กระนั้นคลีอุเชพสกายาก็เป็นเพียงหนึ่งในภูเขาไฟ 150 ลูก บนคาบสมุทรที่โดดเดี่ยวหนาวเย็น ซึ่งมีภูเขาไฟอย่างน้อย 30 ลูกที่ยังคุกรุ่นอยู่
Ring of Fire
Ring of Fire
          คาบสมุทรคัมชัตกา (Kamchatka) ทอดตัวลงมาทางใต้จากสุดแดนตะวันออกของไซบีเรีย เมื่อรวมกับหมู่เกาะคูริล ซึ่งเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ 50 เก่า ที่เรียงรายลงมาจากปลายคาบสมุทร จะเป็นอาณาบริเวณที่คุกรุ่นที่สุดส่วนหนึ่งของวงแหวนไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นแนวภูเขาไฟที่โอบล้อมมหาสมุทรแปซิฟิก เฉพาะภูเขาไฟในบริเวณนี้ก็นับรวมได้ถึง 1 ใน 10 ของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นทั่วโลก เมื่อปี ค.ศ.1907 ภูเขาไฟชตีอุเบลาพ่นเถ้าและฝุ่นออกมาปกคลุมทั้งคาบสมุทร ซึ่งมีขนาดพอกับประเทศญี่ปุ่น บดบังท้องฟ้าเหนือเมืองเปโตรปาฟลอฟสค์-คัมขัตสกี ที่อยู่ห่างออกไป 100 กม. จมมืดมิด
Kamchatka
Kamchatka
          ที่นี่ยังเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ในช่วง 200 ปีมานี้ไหวกว่า 150 ครั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1952 มีสถิติรุนแรงรุนแรงเป็นอันดับสองของโลก วัดได้ 8.4 ตามมาตราวิกเตอร์
น้ำพุร้อน Kamchatka
          น้ำพุร้อนเดือดพล่านนับร้อยแห่ง เป็นแหล่งความร้อนแก่เมืองและเรือนเพาะปลูก ชาวเมืองปลูกผักไว้กิน และปลูกมันฝรั่งได้มากพอสำหรับส่งออก ในหุบเขาน้ำพุร้อนใกล้กับภูเขาไฟโครน็อตสกีซึ่งยังคุกรุ่นนั้น มีเสียงซู่ซ่าครืนครืนของไอพลุ่งพลั่งจากน้ำพุร้อน 25 แห่ง แร่ธาตุต่างๆ ที่ตกตะกอนจะระบายหินรอบบริเวณนี้จนเป็นสีแดง ชมพู ม่วงและน้ำตาล น้ำพุร้อนวีคอนซึ่งใหญ่ที่สุด สามารถพ่นน้ำเดือดและไอร้อนสูงถึง 49 ม. นานครั้งละ 4 นาทีทุกๆ 3 ชั่วโมง
Kamchatka
Kamchatka
          หุบเขาน้ำพุร้อนตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโครน็อตสกีอันสวยงามซึ่งมีพื้นที่เกือบ 10,300 ตร.กม. ทะเลสาบโครน็อตสโกเยที่อยู่ต่ำลงไปตรงไหล่เขาทางตะวันตกเป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรคัมซัตกา เขตอนุรักษ์นี้ก็เช่นเดียวกับส่วนอื่นของคาบสมุทร คือเป็นแนวยาวตามชายฝั่งทะเล บริเวณที่ราบลุ่มทุนคราอันหนาวเย็น มีหนองบึงเต็มไปด้วยมอนและไลเคน แผ่นดินที่ลาดชันขึ้นสู่ภูเขาเป็นป่าไม้และไพรพุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้เบิร์ช คลุมไปทั่ว ที่นี่เป็นถิ่นของหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปและเอเชีย กวางเรนเดียร์ แกะเขาใหญ่แห่งไซบีเรีย ตัวมิงก์ เชเบิล จิ้งจอกสีเงิน กระรอกอาร์กติก มาร์ม็อตหัวดำ และจิ้งจอกสีน้ำเงิน ตามชายฝั่งก็มีแมวน้ำและนกทะเลหากิน รายได้หลักของคนที่นี่จึงมาจากขนสัตว์และปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนเฟอร์และปลายแซล์มอน
Kamchatka
Kamchatka
          เมืองเปโตรปาฟลอฟสค์-คัมชัตสกีมีประชากรประมาณ 240,000 คนเป็นท่าเรือสำคัญที่มีเรือประมงอุตสาหกรรมเข้าเทียบ อากาศในคาบสมุทรคัมซัตกานั้นจัดว่าทารุณ ฤดูหนาวหนาวจัดยาวนานและมีหิมะตก ฤดูร้อนสั้น อากาศเย็นกับมีฝน แต่สายน้ำร้อนที่ไหลลงสู่แม่น้ำคัมซัตกาไม่เคยจับตัวเป็นน้ำแข็งเลยแม้ในฤดูหนาว
          ลมฟ้าอากาศที่โหดร้ายและความโดดเดี่ยวกันดาร ทำให้คัมซักกาเคยมีชื่อเสียงไม่ดีนักในรัสเซีย พวกเด็กดื้อหรือหัวทึบมักถูกส่งไปนั่งหลังห้องเรียน เรียกว่าไป “คัมซัตกา” เปรียบเหมือนดินแดนไซบีเรียเป็นแดนเนรเทศอาชญากร แต่ความจริงไม่เคยมีอาชญากรถูกเนรเทศไปคัมซัตกาเลย เพราะไม่มีใครยอมไปเป็นผู้คุม
Kamchatka
Kamchatka
          ชนพื้นเมืองคัมซัตกาคือพวกเคอร์ยัคและชุคชีซึ่งถูกกองทัพของพระเจ้าซาร์กวาดล้างเกือบหมด ในช่วงศตวรรษที่ 18 แต่ยังหลงเหลือลูกหลานบางส่วนอาศัยอยู่บ้าง เมื่อมีการค้าและการขนส่งที่ทันสมัย คัมซัตกาก็มิได้ไกลสุดกู่เช่นกาลก่อน กระนั้นก็ตาม ดินแดนอันงดงามด้วยป่าดงพงไพร ทว่าสุดแสนทารุรณแห่งนี้ ก็ยังสำรวจไม่หมด จึงเป็นหนึ่งในแดนสุดท้ายของโลกที่คงความลึกลับชวนฝัน
Kamchatka
Kamchatka

เซลฟี่(Selfie)

 ไม่น่าแปลกใจหากคุณจะได้ยินคนพูดถึงคำว่า “เซลฟี่” กันบ่อยๆ นั่นก็เพราะเซลฟี่ (Selfie) ได้ชื่อว่าเป็นกระแสที่มาแรงที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา! แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้และไม่ทันระวังกันก็คือโรคเซลฟี่อาจมีอันตรายถึงชีวิต!
Selfie เซลฟี่
Selfie เซลฟี่

เซลฟี่(Selfie) อะไรคือ

               ถึงตอนนี้ หากใครยังไม่รู้จักเซลฟี่ก็คงต้องทำความรู้จักเสียหน่อยแล้ว เพราะขนาดผู้นำสหรัฐฯ อย่างโอบามาก็ยังขออินกระแสเซลฟี่ไปกับเขาด้วย แถมดิกชันนารีอย่างออกซฟอร์ดก็ยังโหวตให้คำนี้เป็นคำศัพท์แห่งปี 2013 เลยทีเดียว!
selfie obama
selfie เซลฟี่
               “Selfie” (อ่านออกเสียงว่า เซล – ฟี่) เป็นคำศัพท์ใหม่ซึ่งหมายถึง การถ่ายรูปตัวเองด้วยตัวเอง โดยผู้ถ่ายถือกล้องหันหน้าเข้าหาตัวเองในระยะช่วงแขน หรือถ่ายภาพตัวเองจากในกระจก
             
เจนนิเฟอร์ ลี jennifer lee
เจนนิเฟอร์ ลี jennifer lee
               การถ่ายภาพตัวเองเช่นนี้มีมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว แต่คำว่า “เซลฟี่” นี้เพิ่งมาฮิตใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคนี้ และคนแรกที่ติดแท็กคำว่า “Selfie” คือ เจนนิเฟอร์ ลี ที่โพสต์รูปตัวเธอเองลงอินสตาแกรมในปี 2011

ทำไมต้อง “เซลฟี่”

               นักจิตวิทยาพบว่า เซลฟี่ช่วยเติมเต็มความต้องการของคนบางกลุ่มซึ่งต้องการให้คนอื่นเห็นตัวตนของเขาในแบบที่เขาต้องการ ด้วยเหตุนี้ คนกลุ่มนี้จึงชอบรูปตัวเองที่ถ่ายด้วยตัวเองมากกว่ารูปที่ผู้อื่นถ่ายให้ นั่นเพราะเขาสามารถควบคุมมุมกล้อง สีหน้า และอารมณ์ของตัวเองในภาพถ่ายให้ออกมาได้ตรงใจ
Selfie เซลฟี่
Selfie เซลฟี่
               นอกจากนี้ สังคมโลกออนไลน์ก็มีผู้คนที่หลากหลาย รวมถึงคนที่ไม่เคยรู้จักกันในโลกความเป็นจริง ผู้เล่นบางกลุ่มต้องการสร้างภาพของตัวเองให้ดูดีในสายตาของคนเหล่านั้น และบางคนก็ปล่อยให้คอมเมนต์และจำนวนไลค์ที่ได้จากคนดูในโซเซียลเน็ตเวิร์คมีอิทธิพลต่อตัวตนของเขาที่แสดงออกมาด้วย เช่น บางคนจริงจังกับการแต่งรูปถ่ายตนเองมาก เพื่อให้ได้รับความชื่นชอบจากเพื่อนในโซเซียลเน็ตเวิร์ค
Selfie นักฟุตบอลประเทศโปรตุเกส
Selfie นักฟุตบอลประเทศโปรตุเกส
               อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาก็ยอมรับว่า ภาพเซลฟี่ส่วนใหญ่ดูมีแอ๊คชั่น ทำให้คนในรูปดูน่าดึงดูดใจมากกว่าภาพนิ่งธรรมดาที่ดูเหมือนภาพถ่ายติดบัตร!

 คำเตือน! อย่าเผลอสนุกจนเป็นเรื่อง (ละกัน!)

               ดูเผินๆ แล้วเซลฟี่ดูจะเป็นเรื่องเล่นสนุก ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร…แต่เชื่อหรือไม่! นักสุขภาพจิตหลายคนออกมาเตือนให้ระวังอาการติดเซลฟี่ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!
              ไม่นานมานี้ แดนนี่ โบว์แมน (Danny Bowman) หนุ่มวัยรุ่นอายุ 19 ปี ชาวอังกฤษ สารภาพว่า ในวันหนึ่งเขาใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง ถ่ายรูปตัวเองกว่า 200 รูป และควบคุมน้ำหนักอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ภาพที่พอใจมาโพสต์ลงในโซเซียลเน็ตเวิร์ค แต่พอไม่ได้ภาพที่พอใจ เขาก็รู้สึกเครียดและผิดหวังมากจนกินยายฆ่าตัวตาย แต่ยังโชคดีที่แม่ของเขาช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน!
               สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น เพราะสถิติพบว่า คนไข้ที่มีอาการติดเซลฟี่ถึงขั้นป่วยทางจิตในประเทศอังกฤษมีมากถึง 100 รายต่อปีเลยทีเดียว!
               สำหรับทางแก้อาการติดเซลฟี่นั้น แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำว่า ควรจำกัดเวลาในการเข้าโซเซียลเน็ตเวิร์ค ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในโลกของความเป็นจริง หากิจกรรมยามว่างอย่างอื่นทำ ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ยอมรับในความหลากหลาย รวมถึงเข้าใจว่าบางครั้งเราอาจไม่ได้ถ่ายภาพที่พอใจ พยายามอดทนจนผ่านไปให้ได้ เนื่องจากอาการติดเซลฟี่ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองอีกด้วย!
               รู้เช่นนี้แล้ว ใครที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มติดเซลฟี่ ก็ต้องระวังอย่าให้ตัวตนออนไลน์มาทำร้ายตัวตนในโลกความเป็นจริงได้ก็แล้วกัน!
เซลฟี่
เซลฟี่
เซลฟี่
เซลฟี่
เซลฟี่
เซลฟี่

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

วันที่ 6 มกราคม (ค.ศ. 1838) - ซามูเอล มอร์ส ประสบความสำเร็จในการทดสอบโทรเลขเป็นครั้งแรก



            ซามูเอล ฟินเลย์ บรีส มอร์ส (อังกฤษSamuel Finley Breese Morse – 27 เมษายน พ.ศ. 2334 – 2 เมษายน พ.ศ. 2415) เป็นนักประดิษฐ์รหัสมอร์ส (Morse Code) และจิตรกรเขียนภาพคนและภาพทิวทัศน์ฉากประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน

           ซามูเอล มอร์ส เกิดที่เมืองชาลส์ทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นบุตรคนแรกของพระนักภูมิศาสตร์ชื่อ เจไดดิอาห์ มอร์สและอลิซาเบท แอนน์ บรีส มอร์ส หลังจากได้เข้าเรียนที่ฟิลลิปส์อคาเดมีในวัยเด็ก ก็ได้เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยเมื่ออายุเพียง 14 ปี มอร์สมีความสนใจและทุ่มเทชีวิตทางศิลปะ และได้เป็นลูกศิษย์ของ วอชิงตัน อาลสตัน จิตรกรอเมริกันผู้มีชื่อเสียง เมื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล มอร์สได้เข้าฟังการบรรยายเกี่ยวกับไฟฟ้าโดยเบนจามิน ซิลลิแมนและเจอเรเมียห์ เดย์ ในขณะเดียวกับก็เขียนภาพจิตรกรรมเพื่อนำเงินมาส่งเสียตัวเอง มอร์สจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยลเมื่อ พ.ศ. 2353 และได้เป็นผู้ติดตามอาลสตันไปท่องยุโรปในปีถัดมา
ในปี พ.ศ. 2382 มอร์สได้ตีพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับการถ่ายภาพดาแกโรไทป์ (daguerreotype) ที่คิดขึ้นโดยหลุยส์ ดาแกร์ ที่เป็นการเขียนโดยคนอเมริกันชิ้นแรกโดยตีพิมพ์จากประเทศฝรั่งเศส
ในปี พ.ศ. 2393 มอร์สได้เดินทางไปโคเปนเฮเกนเพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธอร์วาลด์เซน ที่ซึ่งมีสุสานของประติมากรอยู่ภายในบริเวณคอร์ทกลาง มอร์ส์ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 7 และรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นแดนเนบรอกของเดนมาร์ก ซึ่งมอร์สได้กราบทูลให้ทรงทราบว่าประสงค์จะถวายภาพเขียนที่เขียนเมื่อ พ.ศ. 2373 แด่พระองค์ ปัจจุบันภาพเขียนนี้เป็นสมบัติของพระนางมากาเร๊ต ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก
ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2403 - พ.ศ. 2413 มอร์สมีชื่อเสียงในด้านการเป็นผู้สนับสนุนการมีทาสของอเมริการซึ่งมอร์สได้เขียนเหตุผลตอนหนึ่งไว้ในหนังสือของเขาว่า
เหตุผลในความเชื่อเกี่ยวกับการมีทาสของข้าพเจ้านั้นสั้น การมีทาษโดยตัวของมันเองแล้วไม่เป็นบาป เพราะมันเป็นเงื่อนไขทางสังคมที่มีวัตถุประสงค์ที่ฉลาดที่สุด มีเมตตาธรรมและมีระเบียบวินัยของพระเจ้าที่มีมาในโลกนานมาแล้ว ดังนั้น การเป็นเจ้าของทาสโดยตัวของมันเองจึงไม่เป็นการผิดศีลธรรมมากไปกว่าการเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือเป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้บังคับบัญชา
— ซามูเอล เอฟ. บี. มอร์ส
ครั้งหนึ่งมอร์สเคยยอมรับความคิดเกี่ยวกับการส่งสัญญาณโทรเลขผ่านทางน้ำของชาลส์ วีตสโตนและคาร์ล ออกัส ฟอน สไตน์ฮีล หรือผ่านไปตามรางรถไฟ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นตันนำไฟฟ้า
มอร์สถึงแก่กรรมเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2415 ที่บ้านในนครนิวยอร์ก เมื่ออายุได้ 80 ปี ศพของเขาฝังไว้ที่สุสานกรีนวูดในบรูกลิน นิวยอร์ก

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

นาซาค้นพบครั้งใหญ่! ยังมีน้ำไหลบนดาวอังคาร



ภาพจากนาซาแสดงร่องรอยมีน้ำไหลบนดาวอังคารในปัจจุบัน (NASA/JPL/University of Arizona)

นาซาประกาศการค้นพบครั้งใหญ่ทางวิทยาศาสตร์ หลักฐานจากยานอวกาศที่โคจรรอบดาวอังคารยืนยันยังคงมีน้ำไหลอยู่บนดาวอังคารอยู่ในปัจจุบัน และอาจน้ำไปสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดาวแดงเพื่อนบ้านของโลก
      
       องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) แถลงการค้นพบครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์จากสำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน สหรัฐฯ เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 28 ก.ย.2015 ตามเวลาประเทศไทยว่า พบหลักฐานจากยานมาร์สเรคองเนซองส์ออร์บิเตอร์ (Mars Reconnaissance Orbiter) หรือเอ็มอาร์โอ (MRO) ที่นาซาส่งไปโคจรรอบดาวอังคาร ซึ่งยืนยันหนักแน่นว่ายังคงมีน้ำไหลอยู่บนดาวอังคารในปัจจุบัน
      
       ทางด้านรอยเตอร์รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ภาพจากยานอวกาศดังกล่าว และพบมีน้ำที่มีเกลือไหลบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อหน้าร้อนปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ดาวเคราะห์เพื่อนบ้านจะเป็นแหล่งให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ และได้เผยแพร่การค้นพบนี้ลงวารสารวิชาการในวันเดียวกับการแถลงข่าว
      
       ขณะที่ข่าวเผยแพร่จากนาซาระบุว่า นักวิจัยได้ใช้ภาพที่บันทึกด้วยกล้องบนยานเอ็มอาร์โอตรวจพบสัญญาณเกลือแร่ที่มีโมเลกุลน้ำบริเวณที่ลาดชัน ซึ่งปรากฏเป็นริ้วปริศนาบนดาวอังคาร โดยริ้วมืดจากภาพนั้นปรากฏให้เห็นว่าลดลงและไหลเป็นสายตลอดเวลา
      
       ระหว่างฤดูร้อนริ้วดังกล่าวยิ่งดำขึ้นและไหลลงทางลาดชัน และในช่วงฤดูหนาวริ้วดังกล่าวมีสีจางลง ริ้วเหล่านี้ปรากฏในหลายพื้นที่บนดาวอังคาร เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า -23 องศาเซลเซียส และหายไปเมื่ออุณหภูมิเย็นลง
      
       "ภารกิจของบนเราดาวอังคารคือตามหาน้ำเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตในเอกภพ และตอนนี้เราก็มีหลักฐานยืนยันว่าสิ่งที่เราสงสัยนั้นได้คำตอบแล้ว นี่เป็นก้าวที่สำคัญ เมื่อปรากฏชัดเจนว่าน้ำ แม้จะเป็นน้ำเกลือก็ตาม กำลังไหลอยู่บนพื้นผิวดาวอังคารทุกวันนี้" จอห์น กรันฟิล์ด (John Grunsfeld) ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกอำนวยการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของนาซากล่าวระหว่างแถลงข่าว
      
       สายธารเชิงเขาเหล่านี้มีชื่อว่าเส้นลาดชันอาร์เอสแอล (recurring slope lineae: RSL) ซึ่งมักถูกระบุว่า มีโอกาสที่จะเป็นน้ำของเหลว ซึ่งการค้นพบเกลือมีน้ำบนพื้นที่ลาดชันชี้ถึงสิ่งที่อาจสัมพันธ์ต่อริ้วสีดำ โดยเกลือมีน้ำอาจจะลดจุดเยือกแข็งของน้ำเกลือเหมือนเกลือบนโลกที่ช่วยละลายหิมะและน้ำแข็งบนถนนได้เร็วขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า เหมือนกระแสใต้พื้นผิวตื้นๆ ที่มีน้ำมากพอจะซึมสู่พื้นผิว ทำให้เกิดเป็นริ้วสีดำในภาพ
      
       รอยเตอร์รายงานอีกว่า แม้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแหล่งกำเนิดและองค์ประกอบทางเคมีของน้ำดังกล่าว แต่การค้นพบค้นพบนี้จะเปลี่ยนความคิดของนักวิทยาศาสตร์ว่าดาวเคราะห์เพื่อนบ้านนี้เหมือนดาวเคราะห์โลกในระบบสุริยะที่มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่ใต้เปลือกโลก
      
       "มันบ่งบอกว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารในทุกวันนี้" กรันฟิล์ดให้ความเห็น
 ส่วน จิม กรีน (Jim Green) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ของนาซา กล่าวว่า ดาวอังคารไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่แห้งแล้งและไม่น่าสนใจอย่างที่เราคิดกันที่ผ่านมา ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มั่นคง น้ำของเหลวได้ถูกค้นพบบนดาวอังคาร
      
       ทว่านาซาก็ไม่รีบร้อนที่ค้นหาว่าน้ำเกลือที่เพิ่งค้นพบนั้นมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่ โดยกรันฟิล์ดให้ความเห็นว่าถ้าเขาเป็นจุลินทรีย์ก็คงไม่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ค้นพบ แต่จะอาศัยอยู่ทางเหนือหรือใต้มากกว่าบริเวณที่พบน้ำเกลือ และจะอยู่ให้ลึกลงไปใต้พื้นผิวมากๆ ซึ่งจะพบน้ำจืดได้มากกว่า
      
       "เราแค่สงสัยว่าแหล่งอาศัยแบบนั้นมีอยู่ และเราก็มีหลักฐานบางประการว่ามีแหล่งแบบนั้น" กรันฟิล์ดกล่าว
      
       การค้นพบน้ำไหลนี้เกิดขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์พัฒนาเทคนิคใหม่เพื่อวิเคราะห์และทำแผนที่องค์ประกอบเคมีบนดาวอังคารโดยใช้ยานเอ็มอาร์โอของนาซา และได้พบลักษณะสำคัญของเกลือที่เกิดขึ้นเฉพาะในน้ำที่มีอยู่ตอนนี้ในช่องแคบๆ ที่ตัดผ่านหน้าผาบริเวณเส้นศูนย์ของดาวอังคาร
      
       สำหรับพื้นที่ลาดชันดังกล่าวถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 2011 ปรากฏระหว่างเดือนในหน้าร้อนของดาวอังคาร แล้วหายไปเมื่ออุณหภูมิต่ำลง และคุณลักษณะทางเคมีบ่งบอกถึงเกลือที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ตอนนั้นนักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าริ้วดังกล่าวเกิดจากการตัดผ่านของน้ำ แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถวัดได้อย่างแน่ชัด
      
       "ตอนนั้นผมไม่คิดว่าจะมีหวัง" ลุเชนทรา โอชา (Lujendra Ojha) นักศึกษาปริญญาโทสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) และนักวิจัยหลักผู้เขียนรายงานการค้นพบดังกล่าวบอกแก่รอยเตอร์
      
       ทั้งนี้ เนื่องจากยานเอ็มอาร์โอได้วัดข้อมูลระหว่างช่วงร้อนที่สุดของวันบนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าร่องรอยใดๆ ของน้ำ หรือคุณลักษณะจากเกลือแร่มีน้ำจะระเหยไป อีกทั้ง เครื่องมือวัดองค์ประกอบเคมีบนยานโคจรยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดของริ้วแคบๆ ที่กว้างไม่ถึง 5 เมตรได้
      
       ทว่าโอชาและคณะได้สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถตรวจสอบแต่ละพิกเซลหรือหน่วยภาพได้อย่างละเอียด จากนั้นใช้ข้อมูลดังกล่าวสร้างภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้น และเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้พุ่งความสนใจไปที่ริ้วที่กว้างที่สุด ที่ตรงกับตำแหน่งและการตรวจพบเหลือมีน้ำ 100%
      
       "การค้นพบนี้ยืนยันว่าน้ำกำลังแสดงบทบาทต่อลักษณะเหล่านี้" อัลเฟร็ด แม็คอีเวน (Alfred McEwen) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา (University of Arizona) กล่าว
      
       อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าเกลือแร่เหล่านั้นดูดซับไอน้ำโดยตรงจากชั้นบรรยากาศบางเบาของดาวอังคาร หรือมีแหล่งน้ำแข็งละลายอยู่ใต้ดิน แต่ไม่ว่าแหล่งน้ำจะมาจากที่ใด รอยเตอร์ระบุว่ามุมมองต่อดาวอังคารก็เปลี่ยนไปเป็นบวกมากขึ้น จากที่เคยมองกันว่าดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่หนาวเย็นและแห้งกรัง กลับกลายเป็นดาวเคราะห์ที่ปัจจุบันสิ่งมีชีวิตอาจอาศัยอยู่ได้
      
       ถึงอย่างนั้นแมคอีเวนกล่าวว่ายังต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบเคมีมากกว่านี้ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะสรุปเช่นนั้นได้ โดยระบุว่าไม่ใช่เพราะมีน้ำเท่านั้นที่บ่งบอกว่าดาวเคราะห์นั้นสามารถอาศัยอยู่ได้ อย่างน้อยต้องมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนดิน
      
       ขณะเดียวกันคิวริออซิตี (Curiosity) ยานโรเวอร์ของนาซาที่กำลังวิ่งสำรวจบนพื้นผิวดาวอังคาร ก็พบหลักฐานว่าดาวอังคารมีองค์ประกอบและแหล่งอาศัยเหมาะสมสำหรับจุลินทรีย์ที่มีอยู่ได้ในอดีตบางช่วงที่ผ่านมา
      
       ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบว่าดาวอังคารเปลี่ยนจากดาวที่อบอุ่น มีน้ำอุดมและคล้ายคลึงกับโลกมาเป็นดาวที่หนาวเหน็บและแห้งแล้งเหมือนทะเลทรายในทุกวันนี้ได้อย่างไร โดยเมื่อหลายพันล้านปีก่อนดาวอังคารที่ขาดสนามแม่เหล็กปกป้อง ได้สูญเสียชั้นบรรยากาศปริมาณมหาศาลไป และมีหลายการศึกษาที่กำลังประเมินว่าน้ำบนดาวอังคารหายไปมากแค่ไหน และยังเหลืออีกเท่าไรในแหล่งน้ำแข็งใต้ดิน
 

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

Roland-Garros

การแข่งขันเทนนิสเฟรนช์โอเพ่น หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า โรลังด์ การ์รอส (ฝรั่งเศส: Tournoi de Roland-Garros, อังกฤษ: Roland Garros Tournament) เป็นการแข่งขันเทนนิสที่จัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ที่สนามโรลังด์ การ์รอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
เฟนช์โอเพนเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1891 โดยมีแชมป์คนแรกในประเภทชายเดี่ยวคือ Henry Briggs ชาวฝรั่งเศส ส่วนในประเภทหญิงเดี่ยว เริ่มมีการจัดการแข่งขันครั้งแรกขึ้นในปี ค.ศ.1897 โดยมีแชมป์คนแรกคือ Adine Masson ชาวฝรั่งเศส
เฟรนช์โอเพน หรือ โรลังด์ การ์รอส เป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการที่สองของปี ถัดจากออสเตรเลียนโอเพน และเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการเดียวที่แข่งบนคอร์ทดิน ด้วยลักษณะพื้นฐานของคอร์ทดินที่แตกต่างไปจากประเภทอื่น ทั้งความเร็วและการกระดอนของลูก ทักษะการเคลื่อนไหวของนักเทนนิสบนผิวคอร์ทดินจึงแตกต่าง ทำให้เฟรนช์โอเพน มักเป็นรายการที่ขัดขวางนักเทนนิสหลายคน เช่น พีท แซมพราส จิมมี คอนเนอร์ มาร์ตินา ฮินกิส และรวมไปถึง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในการเป็นผู้ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมครบทั้งสี่รายการ หลังจากก่อนหน้านี้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศมาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน (2006, 2007, 2008) แล้วแพ้ให้กับ ราฟาเอล นาดาล ทั้ง 3 ปีที่เข้าชิงชนะเลิศ ได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ ไม่เคยได้ตำแหน่งแชมป์เฟรนช์โอเพนเลย
จนกระทั่งปี ค.ศ.2009 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน (2006, 2007, 2008, 2009) จึงคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้สำเร็จ เมื่อ ราฟาเอล นาดาล ไปพลาดท่าตกรอบ 16 คนสุดท้าย โดยแพ้ให้กับ โรบิน โซเดอลิง 1-3 เซต 2-6, 7-6(2), 4-6, 6-7(2) ทำให้ในรอบชิงชนะเลิศ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชนะ โรบิน โซเดอลิง 3-0 เซตรวด 6-1, 7-6(1), 6-4 คว้าแชมป์เฟรนช์โอเพ่นมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และเป็นผู้ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมครบทั้งสี่รายการเป็นคนที่ 6 ต่อจาก อังเดร แอกอัซซี
ผู้ครองตำแหน่งชนะเลิศคนปัจจุบันในประเภทชายเดี่ยวคือ ราฟาเอล นาดาล ส่วนประเภทหญิงเดี่ยวคือ มาเรีย ชาราโปวา

สนาม Roland-Garros

ตั้งอยู่ ณ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 โดยเริ่มแรกใช้เพื่อจัดการแข่งขันทีมชายชิงแชมป์โลก เดวิส คัพ ก่อน ก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นเฟรนซ์ โอเพ่น ในภายหลัง โดยที่ชื่อโรลังด์ การ์รอส นั้นเป็นชื่อนักบินชาวฝรั่งเศสที่เป็นคนแรกของโลกที่บินข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้สำเร็จ
โรลังด์ การ์รอส ประกอบด้วย 2 คอร์ตใหญ่ คอร์ตที่ใหญ่ที่สุด คือ ฟิลิปเป ชาติเยร์ ความจุ 15,156 คน โดยตั้งชื่อตามประธานสหพันธ์เทนนิสฝรั่งเศส ส่วนอีกคอร์ต คือ ซูซานน์ ลองลอง ความจุ 10,068 คน ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1994 ตั้งชื่อตามนักเทนนิสหญิงชาวฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1997
นอกจากนี้แล้วยังยังมีคอร์ตขนาดกลาง ได้แก่ คอร์ตหมายเลข 1 รวมทั้งคอร์ตขนาดเล็กอีก 18 คอร์ต นอกจากนี้แล้วภายในบริเวณสนามโรลังด์ การ์รอส ยังประกอบไปผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ธนาคาร ตลอดจนที่ทำการไปรษณีย์

Rafa kept his unforced errors to a minimum, with just 16 versus Almagro's 38.
- Rafael Nadal Parera

- Maria Yuryevna Sharápova

- Roger Federer

3rd Coupe Suzanne Lenglen
- Serena Jameka Williams